คุณเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือไม่
คุณเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือไม่
กลุ่มเสี่ยงหรือพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน คือ กลุ่มคนที่มีโอกาสจะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนเฉลี่ยทั่วไปโดยมีสาเหตุอยู่หลายประการ เช่น
- มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน
- เป็นโรคอ้วน (คนไม่เป็นโรคอ้วนก็สามารถเป็นเบาหวานได้)
- เป็นความดันหรือมีไขมันในเลือดสูง
- ชอบทานอาหารขยะที่เต็มไปด้วยแป้งและไขมัน
- ชอบดื่มน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง
- ออกกำลังกายน้อย
คนที่มีพฤติกรรม/ลักษณะดังกล่าวข้างต้นควรจะเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อที่จะสามารถประเมินตนเองถึงระดับวามเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานจนนำไปสู่การป้องกันก่อนการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเป็นโรคเบาหวาน เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำเนินชีวิตมากขึ้น สามารถทำได้เพียงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติมากที่สุด
วิธีการตรวจน้ำตาลในเลือด
กลุ่มเสี่ยงหรือพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน คือ กลุ่มคนที่มีโอกาสจะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนเฉลี่ยทั่วไปโดยมีสาเหตุอยู่หลายประการ เช่น
- มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน
- เป็นโรคอ้วน (คนไม่เป็นโรคอ้วนก็สามารถเป็นเบาหวานได้)
- เป็นความดันหรือมีไขมันในเลือดสูง
- ชอบทานอาหารขยะที่เต็มไปด้วยแป้งและไขมัน
- ชอบดื่มน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง
- ออกกำลังกายน้อย
คนที่มีพฤติกรรม/ลักษณะดังกล่าวข้างต้นควรจะเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อที่จะสามารถประเมินตนเองถึงระดับวามเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานจนนำไปสู่การป้องกันก่อนการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเป็นโรคเบาหวาน เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำเนินชีวิตมากขึ้น สามารถทำได้เพียงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติมากที่สุด
วิธีการตรวจน้ำตาลในเลือด
การตรวจน้ำตาลในเลือดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (Fasting Blood Glucose) เป็นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากอดอาหารและน้ำเป็นเวลาอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง มักตรวจในช่วงเช้าของวัน
คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนตรวจด้วยการอดอาหาร
- งดอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่งทุกชนิด มาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือด เพราะอาหารจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้)
- ถ้าต้องการเจาะเลือด เวลา 7.00 – 8.00 น. ควรงดอาหารและเครื่องดื่มหลังเที่ยงคืน
- การตรวจน้ำตาลในเลือด เจ้าหน้าที่จะเจาะเลือดประมาณ 2-3 มิลลิลิตร โดยเก็บใส่หลอดเก็บเลือดที่มีสารกันเลือดแข็งตัวโซเดียมฟลูออไรด์ (Sodium fluoride) จุกสีเทา 1 หลอด
2. เจาะเลือดโดยไม่ต้องอดอาหาร สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการอดอาหาร แต่สงสัยว่าเป็นเบาหวาน
3. การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลกลูโคสละลายในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด วิธีนี้นิยมใช้ตรวจโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (Fasting Blood Glucose) เป็นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากอดอาหารและน้ำเป็นเวลาอย่างต่ำ 8 ชั่วโมง มักตรวจในช่วงเช้าของวัน
คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนตรวจด้วยการอดอาหาร
- งดอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่งทุกชนิด มาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือด เพราะอาหารจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด (สามารถดื่มน้ำเปล่าได้)
- ถ้าต้องการเจาะเลือด เวลา 7.00 – 8.00 น. ควรงดอาหารและเครื่องดื่มหลังเที่ยงคืน
- การตรวจน้ำตาลในเลือด เจ้าหน้าที่จะเจาะเลือดประมาณ 2-3 มิลลิลิตร โดยเก็บใส่หลอดเก็บเลือดที่มีสารกันเลือดแข็งตัวโซเดียมฟลูออไรด์ (Sodium fluoride) จุกสีเทา 1 หลอด
2. เจาะเลือดโดยไม่ต้องอดอาหาร สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการอดอาหาร แต่สงสัยว่าเป็นเบาหวาน
3. การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลกลูโคสละลายในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด วิธีนี้นิยมใช้ตรวจโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
https://twitter.com/forevagoodheal1
https://www.instagram.com/foreva.thailand
https://plus.google.com/u/1/107612118363634663905
https://www.instagram.com/foreva.thailand
https://plus.google.com/u/1/107612118363634663905



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น